URL : https://youtu.be/MyVTFE-oALU?si=WYvzn2uPUgUEjYfP
วันออกพรรษาคือวันอะไร
วันออกพรรษาเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่มีความหมายลึกซึ้งต่อพุทธศาสนิกชนทั่วไทยและในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลาจำพรรษา 3 เดือนของพระภิกษุสงฆ์ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินจันทรคติ
ชาวพุทธทั่วไทยจะร่วมทำบุญตักบาตร ฟังธรรม และประกอบพิธีกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างบุญกุศล นอกจากนี้ยังมีประเพณีที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท้องถิ่น เช่น เทศกาลไหลเรือไฟและตักบาตรเทโว วันออกพรรษาจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ เต็มไปด้วยความสุขและความหวังในจิตใจของพุทธศาสนิกชน
ประวัติความเป็นมา
วันออกพรรษามีที่มาจากพุทธบัญญัติที่กำหนดให้พระภิกษุจำพรรษาอยู่ประจำวัดตลอดฤดูฝนเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อป้องกันไม่ให้พระภิกษุเดินทางไปมาจนสร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรและสัตว์เล็กสัตว์น้อย เมื่อครบกำหนด 3 เดือนในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จึงถือเป็นวันออกพรรษา พระสงฆ์สามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้โดยไม่ผิดพุทธบัญญัติ และนำความรู้จากหลักธรรมที่ได้ระหว่างจำพรรษาไปเผยแผ่แก่ประชาชนต่อไป
ตามความเชื่อในสมัยพุทธกาล วันออกพรรษายังเป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ หลังจากเสด็จไปจำพรรษาและแสดงพระธรรมเทศนาโปรดพุทธมารดาที่สวรรค์ชั้นดุสิตเป็นเวลา 3 เดือน จึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันทำบุญและปฏิบัติธรรมเพื่อรำลึกถึงพระพุทธเจ้า สืบสานขนบธรรมเนียมอันดีงามนี้มาถึงปัจจุบัน
วันออกพรรษายังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “วันปวารณา” หรือ “วันมหาปวารณา” หมายถึงวันที่พระภิกษุทั้งพระผู้ใหญ่และพระผู้น้อยต่างเปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ เพื่อชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของกันและกันตลอดพรรษา และเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยระหว่างกัน การปวารณากรรมนี้ช่วยระมัดระวังข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดี และยังแสดงถึงความเคารพนับถือและความสามัคคีในหมู่สงฆ์ ซึ่งพุทธศาสนิกชนสามารถนำไปเป็นแบบอย่างในชีวิตได้
ความหมายและเหตุผลในการออกพรรษา
วันออกพรรษามีความสำคัญต่อสังคมไทยทั้งในแง่ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชน เป็นวันที่พระสงฆ์ออกจากการจำพรรษา 3 เดือน พร้อมเปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนถึงข้อบกพร่องของกันและกัน เพื่อแก้ไขสิ่งที่ไม่ดีในตน และเป็นแบบอย่างให้พุทธศาสนิกชนนำไปปฏิบัติตาม ส่วนทางฝั่งประชาชนก็ร่วมทำบุญสร้างกุศล เพื่อระลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระรัตนตรัย และเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต ซึ่งแต่ละท้องที่จะมีการจัดเทศกาลออกพรรษาแตกต่างกันไป
ประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของไทย
วันออกพรรษาเป็นช่วงเวลาที่มีการจัดประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สะท้อนถึงความศรัทธาและวิถีชีวิตของพุทธศาสนิกชนที่สืบทอดกันมายาวนาน โดยประเพณีที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปได้แก่
ตักบาตรเทโวโรหณะ
พิธีทำบุญตักบาตรที่จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือวันถัดจากวันออกพรรษา 1 วัน มีที่มาจากพุทธตำนานที่ว่าในวันนี้พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หลังแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดาตลอด 3 เดือน โดยเสด็จลงทางบันไดสวรรค์ที่ประตูเมืองสังกัสสะ พุทธศาสนิกชนจึงพร้อมใจกันตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งเพื่อต้อนรับการเสด็จลงมา ประเพณีนี้จัดขึ้นทั่วประเทศ โดยเฉพาะวัดที่มีบันไดสูงจะมีพระสงฆ์เดินเรียงแถวลงจากบันไดให้ประชาชนได้ใส่บาตรอย่างพร้อมเพรียง
ประเพณีชักพระ (ลากพระ)
ประเพณีสำคัญของภาคใต้ที่จัดขึ้นหลังวันออกพรรษา ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 มีการอัญเชิญพระพุทธรูปจำลองขึ้นประดิษฐานบนเรือหรือเกวียน แล้วแห่ไปตามแม่น้ำหรือถนนให้ประชาชนร่วมชักลากเพื่อความเป็นสิริมงคล เชื่อมโยงกับความเชื่อว่าเป็นการสมโภชพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ และเป็นโอกาสให้ชุมชนร่วมทำบุญอย่างพร้อมเพรียงกัน
กิจกรรมในวันออกพรรษาที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติ
- ทำบุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ
- เข้าวัดสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ร่วมฟังพระธรรมเทศนา
- ร่วมประเพณีสำคัญในท้องถิ่น อาทิ ตักบาตรเทโว ทอดกฐิน
- ทำความสะอาดบ้านเรือน
- งดเว้นอบายมุข
- ประดับธงธรรมจักรตามวัดและสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา
แหล่งที่มา: onab.go.th, unhcr.org/th, thaipbs.or.th