URL : https://youtu.be/jQ5hrJMlWHI?si=noW75g1E6uhjZg8d
วันอัฏฐมีบูชาคือวันอะไร
วันอัฏฐมีบูชา คือ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หลังเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ 8 วัน ถือเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือนวิสาขะ (เดือน 6 ของไทย)
ประวัติความเป็นมาในประเทศไทย
ในประเทศไทยพบประเพณีการจำลองถวายพระเพลิงพระบรมศพเพียงบางวัดเท่านั้น เช่น ที่วัดบรมธาตุทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด ปัจจุบันได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดเป็นงาน “วันอัฏฐมีบูชารำลึก เมืองทุ่งยั้ง” เป็นประจำทุกปี กำหนดจัดตั้งแต่วันวิสาขบูชาไปจนถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 รวม 9 วัน มีการแสดงแสง สี เสียง เล่าเรื่องตั้งแต่การเสด็จปรินิพพานจนถึงพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพจำลอง ดึงดูดประชาชนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมชมเป็นจำนวนมาก
อีกแห่งหนึ่งในภาคกลางคือวัดใหม่สุคนธาราม ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ซึ่งสืบสานประเพณีนี้มายาวนานกว่า 120 ปี นับเป็นแห่งแรกและแห่งเดียวในลุ่มน้ำภาคกลางที่ยังคงรักษาประเพณีไว้ยาวนานที่สุด ชาวบ้านจะร่วมกันจัดขบวนแห่เครื่องสักการะ จุดตะไล บั้งไฟเพื่อบูชา พร้อมขบวนจำลองพุทธประวัติและหลักธรรมคำสอน ก่อนประกอบพิธีจำลองการถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ความหมายและเหตุการณ์สำคัญ
คำว่า “อัฐมีบูชา” มาจากคำว่า “อัฐมี” แปลว่า วันที่แปด และ “บูชา” แปลว่า การบูชา จึงหมายถึงการบูชาในวันแรม 8 ค่ำ อันเป็นวันที่พระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้าได้รับการถวายพระเพลิง หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว 8 วัน
- หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานที่เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วันวิสาขบูชา) พระภิกษุสงฆ์และพุทธบริษัทได้ร่วมกันสักการะพระพุทธสรีระเป็นเวลา 7 วัน
- เมื่อถึงวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 พระพุทธสรีระได้ถูกอัญเชิญไปถวายพระเพลิงที่มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา
- แม้เป็นวันแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่พุทธศาสนิกชนถือว่าเป็นวันสำคัญที่ควรระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้าผู้ทรงเผยแผ่พระธรรมคำสอนอันล้ำค่าไว้ให้แก่ชาวโลก
ประวัติพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในพุทธประวัติ
พิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพมีขึ้นในวันที่ 8 หลังพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานใต้ต้นสาละ โดยเหล่าเจ้ามัลลกษัตริย์ได้จัดบูชาด้วยของหอม ดอกไม้ และเครื่องดนตรีทุกชนิดตลอด 7 วัน ก่อนให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า 8 คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่ อัญเชิญพระสรีระไปทางทิศตะวันออกของพระนครเพื่อถวายพระเพลิง
ตามคำแนะนำของพระอานนท์เถระ พระสรีระถูกห่อด้วยผ้าใหม่สลับสำลีจนครบ 500 คู่ แล้วเชิญลงในรางเหล็กที่เติมน้ำมัน พร้อมทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์และของหอม เมื่อเจ้ามัลละพยายามจุดไฟแต่ไม่อาจให้ไฟติดได้ พระอนุรุทธะเถระอธิบายว่าเทวดาประสงค์ให้รอพระมหากัสสปะและหมู่ภิกษุ 500 รูปเดินทางมาถวายบังคมก่อน เมื่อท่านเดินทางมาถึง ไฟจึงลุกโชนขึ้นเองโดยไม่ต้องมีผู้ใดจุด
หลังพระเพลิงมอดลง บรรดากษัตริย์มัลละได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุใส่หีบทองเก็บรักษาไว้ในนครกุสินารา ส่วนเครื่องบริขารต่างๆ ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานตามที่ต่างๆ เช่น ผ้าไตรจีวรไปยังแคว้นคันธาระ และบาตรไปยังเมืองปาตลีบุตร เมื่อกษัตริย์จากแคว้นต่างๆ ทราบข่าว ต่างส่งตัวแทนมาขอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ แต่ถูกกษัตริย์มัลละปฏิเสธในตอนแรก จนเกือบเกิดความขัดแย้ง ก่อนโทณพราหมณ์จะเข้าไกล่เกลี่ยด้วยการเสนอแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 8 ส่วนเท่ากัน
เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุตามเมืองต่างๆ
- กษัตริย์ลิจฉวี — เมืองเวสาลี
- กษัตริย์ศากยะ — เมืองกบิลพัสดุ์
- กษัตริย์ถูลิยะ — เมืองอัลลกัปปะ
- กษัตริย์โกลิยะ — เมืองรามคาม
- มหาพราหมณ์ — เมืองเวฏฐทีปกะ
- กษัตริย์มัลละแห่งเมืองปาวา — เมืองปาวา
- พระเจ้าอชาตศัตรู — เมืองราชคฤห์
- มัลลกษัตริย์แห่งกุสินารา — เมืองกุสินารา
- กษัตริย์เมืองโมริยะ — สร้างสถูปบรรจุพระอังคาร (อังคารสถูป) ที่เมืองปิปผลิวัน หลังได้รับส่วนแบ่งภายหลัง
- โทณพราหมณ์ — สร้างสถูปบรรจุทะนานตวงพระบรมสารีริกธาตุ (ตุมพสถูป) ที่เมืองกุสินารา
กิจกรรมที่นิยมปฏิบัติในวันอัฐมีบูชา
เนื่องจากเป็นวันที่ระลึกถึงการดับขันธปรินิพพานและถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ กิจกรรมหลักจึงมุ่งเน้นการระลึกถึงพระพุทธองค์เป็นสำคัญ ได้แก่
- ปฏิบัติธรรม เช่น นั่งสมาธิ หรือทำวัตรสวดมนต์ เพื่อสงบจิตใจและระลึกถึงพระคุณของพระพุทธองค์
- ทำบุญตักบาตร เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา
- ฟังพระธรรมเทศนา เพื่อระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้า
- เวียนเทียน ในตอนค่ำ เพื่อแสดงความเคารพต่อพระพุทธเจ้าและพระธรรม
แหล่งที่มา: rama.mahidol.ac.th